| 24 พฤศจิกายน 2011
ในปัจจบันนี้นอกจากประสิทธิภาพการใช้งานของ ผลิตภัณฑ์แล้ว ความสวยงามของตัวผลิตภณ์ฑเองก็จะช่วยส่งเสริมให้ผลิตภัณฑนั้นได้รับความนิยมเพิ่มมากขึ้นอีกด้วย โดยปกติการออกแบบให้ผลิตภัณฑ์มีความสวยงามมากขึ้นนั้น จะทำให้ตัวผลิตภัณฑ์มีรูปทรงที่ซับซ่อนเพิ่มยิ่งขึ้น ซึ่งจะทำให้เกิดความยุ่งยากในการผลิตทางอุตสาหกรรม ในการออกแบบผลิตภัณฑ์นั้น ผู้ออกแบบ ผลิตภัณฑ์ (Product Designer) จะทำการสร้างต้นแบบขึ้นมาก่อน ซึ่งต้นแบบนี้อาจจะสร้างมาจาก การแกะสลัก ไม้ ปั้นจากดิน หล่อจากปูนปลาสเตอร์ เรซิ่น เป็นต้น ด้วยเหตุนี้จึงทำใหเกิดความยุ่งยากเป็นอย่างมากในการ วัดลอกแบบเพื่อทำการผลิตในอุตสาหกรรม โดยทั่วไป แล้วเครื่องมือที่นิยมใช้ในการวัดลอกแบบนั้น สามารถแบ่งออกได้เป็นสองประเภทคือ
การวัดแบบสัมผัสกับชิ้นนงาน (Contact Measurement)
เครื่องมือวัดแบบสัมผัสกับชิ้นงานที่ออกแบบมาให้สะดวกในการวัดลอก แบบที่มีความเที่ยงตรงสูงก็คือ ดิจิไทเซอร์ (Digitizer) เครื่องมือวัดแบบ 3 แกน (Coordinate Measuring Machine, CMM) ส่วนเครื่องมือวัดแบบสัมผัสกับชิ้นงาน ที่มีใช้ทั่วไปในโรงปฏิบัติงาน (Machine Shop) ได้แก่ เวอร์เนียร์คาลิปเปอร์ เวอร์เนียไฮเกจ ไมโครมิเตอร์ นาฬิกาวัดลึก (Dial Gauge) เป็นต้น ก็สามารถนำมา ใช้ทำการวัดลอกแบบได้เช่นกัน แต่จะมีขั้นตอนและ กรรมวิธีในการวัดที่ยุ่งยากกว่าการใช้ ดิจิไทเซอร์และ เครื่องมือวัดแบบ 3 แกน อีกทั้งความเที่ยงตรงที่ได้ก็ไม่แม่นยำเท่ากับข้อมูลที่ได้จากดิจิไทเซอร์และเครื่องมือวัดแบบ 3 แกน

การวัดลอกชิ้นงานด้วยเครื่อง 3D Digitizer
การวัดลอกด้วย Touch Prob Scanning
นอกจากนี้เครื่องมือวัดแบบ 3 แกนบางชนิด ยังสามารถทำการสแกนวัดขนาดตามผิวของชิ้นงานในแบบอัตโนมัติได้อีกด้วย ข้อเสียของการวัดแบบ สัมผัสกับชิ้นงานอีกประการหนึ่งก็คือ ถ้าชิ้นงานมีลักษณะเป็นพื้นผิวที่อ่อนนุ่ม แรงกดจากหัววัดแบบสัมผัส จะทำให้ขนาดที่วัดได้คลาดเคลื่อนไป ดังนั้น จึงเกิดการวัดแบบที่สองขึ้นมา
เครื่อง 3D Digitizer
การวัดแบบ ไม่สัมผัสกับชิ้นงาน (Non Contact Measurement)
จะมีความเหมาะสมกับประเภทของชิ้นงานแบบนี้มากกว่า เครื่องมือวัดประเภทนี้ได้แก่ เครื่องมือวัดแบบเชิงทัศนศาสตร์ (3D Optical Measurement) กับเครื่องมือวัด แบบใช้แสงเลเซอร์ (Laser Scanning and Digitizing Systems) โดยเครื่องมือวัดแบบแรกจะเป็นที่นิยมใช้ในการศึกษาความราบเรียบของพื้นผิวในชิ้นส่วนเล็กๆ มากกว่าที่จะนำมาใช้เพื่อวัดลอกแบบในการผลิตในทางอุตสาหกรรม โดยทั่วไปแล้วเครื่องเลเซอร์สแกนเนอร์ 3 มิติ จะได้รับความนิยมในการนำมาใช้วัดลอกแบบ เพื่อสร้างโมเดลในคอมพิวเตอร์มากกว่า เครื่องเลเซอร์ สแกนเนอร์ 3 มิตินี้ จะมีความเร็วในการวัดสูงถึง 10,000 จุดต่อวินาที โดยมคาความคลาดเคลื่อนในการวัดอยู่ที่ ประมาณ บวกลบ 0.03 - 0.1 มิลลิเมตร

การวัดลอกผิวด้วยเครื่อง 3D Laser Scanner
เครื่องเลเซอร์สแกนเนอร์ 3 มิติ (3D Laser Scanner)
เครื่องเลเซอร์สแกนเนอร์ 3 มิติ สามารถนำมาใช้วัดขนาดของชิ้นงานซึ่งมีรูปทรงซับซ้อน ดังเช่น ผลิตภัณฑ์เซรามิกส์ ไม้แกะสลัก หรือ ปูนปั้น ได้อย่าง ถูกต้องเที่ยงตรง
เครื่องเลเซอร์สแกนเนอร์ 3 มิติ
ข้อมูลดิบที่ได้จากเครื่องเลเซอร์ สแกนเนอร์ 3 มิติ จะช่วยทำให้สามารถสร้างโมเดล คอมพิวเตอร์ได้ใกล้เคียงกับชิ้นงานจริง แต่ในทางปฏิบัติยังมีขีดจำกัดในการขึ้นรูปชิ้นงานโดยเครี่องกัด CNC อยู่ ดังเช่น ขนาดของมีดกัดเล็กที่สุดที่มีขาย อาจจะไม่สามารถกัดขึ้นรูปพื้นผิวที่มีรอยบุ๋มเล็กๆ ได้เหมือนกับชิ้นงานจริงและยังมีปัญหาเรื่องการเกิดอันเดอร์คัตอีกเช่นกัน ถ้านำเอาข้อมูลดิบที่ได้จากเครื่องเลเซอร์สแกนเนอร์ 3 มิติ มาสร้างโมเดล 3 มิติ ในเครื่องคอมพิวเตอร์ ดังนั้นจึงจำเป็นต้องมีการดัดแปลงขนาดของชิ้นงานเพื่อให้เหมาะสมกับการผลิต.


ข้อมูลดิบที่ได้จากเครื่องเลเซอร์สแกนเนอร์ 3 มิติ
กิตติพงศ์ ภูมิสถาน
อีเมลนี้จะถูกป้องกันจากสแปมบอท แต่คุณต้องเปิดการใช้งานจาวาสคริปก่อน
| < ย้อนกลับ | ถัดไป > |
|---|


