| 30 พฤศจิกายน 2011
ในช่วงปลายปี พ.ศ. 2554 นี้ ได้เกิดวิกฤตการณ์น้ำท่วมครั้งรุนแรงของประเทศไทย สร้างความเสียหายอย่างใหญ่หลวงต่อชีวิตและทรัพย์สิน ส่งผลกระทบกับทุกภาคส่วน จนหลายคนขนานนามว่าเป็นมหาอุทกภัย ในจำนวนนี้รวมถึงสถานประกอบการในอุตสาหกรรมการผลิตแม่พิมพ์ฉีดพลาสติก และอุตสาหกรรมการผลิตสินค้าที่ต้องอาศัยแม่พิมพ์ฉีดพลาสติกเป็นเครื่องมือสำหรับการผลิตด้วย เพราะเมื่อน้ำไหลเข้าท่วมโรงงานก็จะทำให้เครื่องมือ เครื่องจักร และแม่พิมพ์ถูกน้ำท่วมจนเกิดความเสียหาย
หลังจากแม่พิมพ์ถูกน้ำท่วม เราจะยังไม่ทราบแน่นอนว่าจะมีชิ้นส่วนอะไรของแม่พิมพ์ที่ได้รับความเสียหายบ้าง และจะมีความเสียหายมากน้อยเพียงใด จนกว่าจะได้ตรวจสอบความเสียหายของชิ้นส่วนแม่พิมพ์ก่อน เมื่อแม่พิมพ์จมน้ำ ระบบต่างๆ ของแม่พิมพ์ก็จะได้รับความเสียหายในทันที เช่น ระบบทางวิ่งร้อน (Hot runner system) ของแม่พิมพ์ฉีดพลาสติกแบบทางวิ่งร้อน (Hot runner mould)บางส่วนอาจได้รับความเสียหายบ้างแต่ยังสามารถแก้ไขซ่อมแซมได้ แม่พิมพ์นั้นหากจมน้ำไม่นานชิ้นส่วนแม่พิมพ์ก็จะเสียหายไม่มากและสามารถแก้ไขซ่อมแซมได้ไม่ยาก แต่ถ้าแม่พิมพ์จมน้ำเป็นเวลานานหลายวันก็จะแก้ไขซ่อมแซมได้ยาก วัสดุชิ้นส่วนแม่พิมพ์ที่เป็นเหล็กเมื่อสัมผัสกับความชื้นหรือน้ำก็จะทำปฏิกิริยาเกิดการกัดกร่อนเป็นสนิม ดังนั้นจึงต้องรีบนำแม่พิมพ์ขึ้นมาจากน้ำให้เร็วที่สุด แล้วรีบล้างทำความสะอาดแม่พิมพ์ภายนอก กำจัดสิ่งสกปรกที่มาจากน้ำท่วม เช่น ดิน หิน โคลน ทราย ตะไคร่น้ำ เศษสิ่งสกปรก หรือสิ่งแปลกปลอมอื่นๆ ออกจากแม่พิมพ์ให้หมดโดยใช้น้ำสะอาด จากนั้นให้รีบเปิดแม่พิมพ์และถอดชิ้นส่วนแม่พิมพ์ออกให้หมด ถ้าชิ้นส่วนแม่พิมพ์มีสนิมเกิดขึ้นมาก ชิ้นส่วนอาจติดกันแน่นจนเปิดแม่พิมพ์ไม่ออกหรือถอดชิ้นส่วนแม่พิมพ์ได้ยาก จึงต้องระมัดระวังในการทำงาน เพราะอาจทำให้ชิ้นส่วนแม่พิมพ์ชำรุดเสียหายมากขึ้นกว่าเดิมได้ เช่น สกรูยึดแผ่นแม่พิมพ์หรืออินเสิร์ท (Insert) สลักนำศูนย์และปลอกนำศูนย์ (Guide pin & Guide bush) ชุดสไลด์ (Slide) หรือชุดดันปลดชิ้นงาน เป็นต้น อาจต้องใช้น้ำยากำจัดสนิมช่วยในการถอด จากนั้นล้างทำความสะอาดชิ้นส่วนแม่พิมพ์ทุกชิ้น กำจัดสิ่งสกปรกหรือสิ่งแปลกปลอมต่างๆ ที่มาจากน้ำท่วมให้หมด โดยใช้น้ำยาทำความสะอาดแม่พิมพ์ที่สามารถกำจัดสนิม คราบน้ำมันหรือจาระบีออกจากชิ้นส่วนแม่พิมพ์ได้ หลังจากล้างทำความสะอาดเรียบร้อยแล้วอย่าปล่อยทิ้งไว้นาน ควรป้องกันการเกิดสนิมโดยการทาน้ำมัน จาระบี หรือพ่นน้ำยาป้องกันสนิมทันที จากนั้นจึงตรวจสอบชิ้นส่วนแม่พิมพ์ทุกชิ้นอย่างละเอียดอีกครั้ง ดังต่อไปนี้
ผิวประกบของแม่พิมพ์ (Parting surface)
ผิวประกบของแม่พิมพ์เป็นผิวที่อยู่รอบๆ คาวิตี้ ป้องกันไม่ให้พลาสติกเหลวไหลออกจาคาวิตี้ในขณะฉีดพลาสติก ซึ่งจะทำให้เกิดครีบขึ้นที่ชิ้นงานพลาสติก ถึงแม้ว่าจะล้างทำความสะอาดแม่พิมพ์แล้ว อาจพบสนิมหลงเหลืออยู่ที่ผิวประกบแม่พิมพ์บ้าง จำเป็นต้องกำจัดสนิมออกให้หมด การกำจัดสนิมออกจะต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ หากทำไม่ถูกวิธีอาจเพิ่มความเสียหายให้กับชิ้นส่วนแม่พิมพ์ได้ เช่น ทำให้ไม่สามารถประกบแม่พิมพ์ได้สนิท หรือทำให้ขนาดและรูปร่างเปลี่ยนแปลง ดังนั้นถ้าเป็นผิวด้านนอกของแม่พิมพ์ ผิวที่ไม่สำคัญหรือผิวที่มีสนิมเพียงเล็กน้อย สามารถใช้กระดาษทรายละเอียดหรือหินขัดกำจัดออกได้ หลังจากนั้นควรทาด้วยน้ำมัน สารหล่อลื่นหรือพ่นด้วยน้ำยาป้องกันสนิมทันที แม่พิมพ์ที่ถูกน้ำท่วมเป็นเวลานาน ผิวจะถูกกัดกร่อนเสียหายมาก อาจต้องส่งไปเจียปรับผิวใหม่หรือกัดขึ้นรูปผิวใหม่ ซึ่งอาจมีค่าใช้จ่ายสูงมาก จึงต้องพิจารณาอย่างรอบคอบก่อนตัดสินใจดำเนินการ
ผิวคอร์ (Core) และผิวคาวิตี้ (Cavity)
ผิวคอร์และผิวคาวิตี้เป็นผิวที่สำคัญที่สุดของแม่พิมพ์ และมีผลโดยตรงต่อคุณภาพของชิ้นงานหากพบว่าผิวคอร์หรือผิวคาวิตี้เกิดสนิม สำหรับแม่พิมพ์ที่ไม่ต้องการคุณภาพมากนักอาจใช้กระดาษทรายละเอียดหรือหินขัดกำจัดสนิมออกได้ แต่ถ้าคอร์และคาวิตี้เป็นผิวขัดเงาหรือผิวกัดลายการแก้ไขด้วยการขัดผิวเพื่อกำจัดสนิมจะทำให้ขนาดและรูปร่างของคอร์และคาวิตี้เปลี่ยนแปลง ส่งผลกระทบต่อชิ้นงานทันที อาจต้องแก้ไขด้วยการกัดขึ้นรูปผิวใหม่แล้วขัดเงาผิวหรือกัดลายผิวใหม่ ซึ่งวิธีการนี้จะมีค่าใช้จ่ายสูงและเสียเวลามาก อีกทั้งแม่พิมพ์ที่ได้กลับมาอาจมีคุณภาพไม่ดีเหมือนเดิม ดังนั้น ในบางกรณีการสั่งทำคอร์และคาวิตี้ใหม่จึงอาจเป็นทางเลือกที่ดีกว่า ระบบทางน้ำหล่อเย็น (Cooling system) เมื่อแม่พิมพ์ถูกน้ำท่วม ระบบทางน้ำหล่อเย็นอาจเป็นสนิมหรือเต็มไปด้วยสิ่งสกปรกต่างๆ ให้ทำการถอดระบบทางน้ำหล่อเย็นของแม่พิมพ์ออกมาล้างขัดทำความสะอาด เพื่อกำจัดสนิมหรือสิ่งสกปรกต่างๆ ในระบบหล่อเย็นให้หมด ที่สำคัญควรเปลี่ยนโอริง (O-ring) และซีล (Seal) ใหม่ทั้งหมด ระบบดันปลดชิ้นงาน (Ejection system) อุปกรณ์ดันปลดชิ้นงาน เช่น เข็มกระทุ้งงาน
ระบบนำเลื่อนและบังคับศูนย์ของแม่พิมพ์ (Guiding system)
ระบบนำเลื่อนและบังคับศูนย์ของแม่พิมพ์ เช่น สลักนำศูนย์และปลอกนำศูนย์ ชุดสไลด์ อาจเป็นสนิมและอาจมีเศษหิน ทราย หรือสิ่งแปลกปลอมเข้าไป ควรถอดออกโดยใช้ความระมัดระวังป้องกันไม่ให้เกิดความเสียหายเพิ่มขึ้นกว่าเดิม แล้วล้างทำความสะอาด ถ้าชิ้นส่วนมีสนิมมากอาจทำให้ชิ้นส่วนเหล่านั้นติดกันแน่นถอดออกยากอาจต้องใช้น้ำยากัดสนิมช่วย จากนั้นจึงตรวจสอบสภาพของทุกชิ้นส่วนอย่างละเอียดแล้วพิจารณาถึงการซ่อมแซมหรือเปลี่ยนชิ้นส่วนตามความเหมาะสม
ระบบทางวิ่งร้อน (Hot runner system)
ชุดระบบทางวิ่งร้อนของแม่พิมพ์ฉีดพลาสติกที่มีอุปกรณ์บางชนิด เช่น Heater Thermocouple หรือ Manifold เป็นส่วนประกอบอยู่ภายในซึ่งเป็นอุปกรณ์ไฟฟ้า จึงมีโอกาสเสียหายมาก อาจต้องเปลี่ยนใหม่ทั้งหมด ควรถอดชุดระบบทางวิ่งร้อนของแม่พิมพ์ทั้งชุดออกมาทำความสะอาดแล้วทำการตรวจสอบ ทั้งนี้การแก้ไขซ่อมแซมใดๆ ควรปรึกษาช่างผู้ชำนาญงาน, ผู้ผลิตหรือหรือผู้ขายชุดระบบทางวิ่งร้อนของแม่พิมพ์จะดีกว่าและปลอดภัยกว่า
ระบบไฮดรอลิกของแม่พิมพ์ (Hydraulic)
ถ้าแม่พิมพ์มีชุดระบบไฮดรอลิกเป็นส่วนประกอบ เช่น ชุดสไลด์ขับด้วยไฮดรอลิก หรือชุดดันปลดชิ้นงาน เมื่อถูกน้ำท่วม ให้ล้างทำความสะอาดภายนอกของกระบอกไฮดรอลิก ส่วนก้านสูบเมื่ออยู่ในน้ำเป็นเวลานานอาจมีสนิมเกิดขึ้น ให้กำจัดสนิมออกให้หมด ห้ามใช้กระดาษทรายขัดโดยเด็ดขาด เนื่องจากถ้าก้านสูบมีรอยขูดขีดจะทำให้น้ำมันรั่วซึมออกมาได้ ให้ใช้ผ้านุ่มๆ ชุบน้ำมันหรือน้ำยากัดสนิมเช็ดออกเบาๆ จนหมดสนิม แต่ต้องระวังการใช้น้ำมันบางประเภท เช่น น้ำมันก๊าด เนื่องจากน้ำมันประเภทนี้อาจทำให้ซีลของกระบอกไฮดรอลิกเสื่อมสภาพได้
แผ่นแม่พิมพ์ต่าง ๆ
แผ่นแม่พิมพ์ต่าง ๆ เมื่อถูกน้ำท่วมจะเกิดสนิม เมื่อตรวจสอบแล้วพบว่าเกิดความเสียหายไม่รุนแรงหรือแผ่นแม่พิมพ์นั้นไม่เป็นส่วนที่สำคัญ ให้ใช้กระดาษทรายหรือหินขัดกำจัดสนิมออกให้หมด แต่ถ้าเกิดความเสียหายรุนแรงและแผ่นแม่พิมพ์นั้นเป็นส่วนที่สำคัญ เช่น ต้องมีผิวประกบราบเรียบ อาจต้องส่งไปเจียปรับผิวใหม่
ข้อแนะนำ
1. หลังน้ำลด ควรล้างทำความสะอาดแม่พิมพ์โดยทันที เนื่องจากเมื่อมีความชื้นสูงแม่พิมพ์จะเกิดสนิมได้เร็วมาก เมื่อเกิดสนิมมากขึ้นแล้วก็จะทำให้แม่พิมพ์เกิดความเสียหายมากขึ้นไปอีก ส่งผลให้ต้องเสียเวลาและเสียค่าใช้จ่ายสำหรับการแก้ไขซ่อมแซมแม่พิมพ์สูงขึ้นตามไปด้วย
2. การล้างทำความสะอาดแม่พิมพ์ การรื้อถอดชิ้นส่วนต่างๆ ของแม่พิมพ์ รวมถึงการตรวจสอบแม่พิมพ์ ควรทำโดยช่างแม่พิมพ์ผู้ชำนาญงานหรืออยู่ภายใต้การควบคุมของช่างแม่พิมพ์ผู้ชำนาญงานอย่างใกล้ชิด และต้องทำด้วยความระมัดระวังเป็นอย่างยิ่ง
3. การล้างทำความสะอาดแม่พิมพ์ การรื้อถอดชิ้นส่วนต่างๆ ของแม่พิมพ์ รวมถึงการตรวจสอบแม่พิมพ์อย่างถูกต้องและเหมาะสม จะช่วยลดความเสียหายของแม่พิมพ์ ลดเวลาและลดค่าใช้จ่ายสำหรับการแก้ไขซ่อมแซมแม่พิมพ์ได้ ในทางกลับกันหากดำเนินการไม่ถูกต้องหรือไม่เหมาะสมก็จะทำให้แม่พิมพ์นั้นได้รับความเสียหายเพิ่มมากขึ้น จะต้องเสียเวลาและเสียค่าใช้จ่ายสำหรับการแก้ไขซ่อมแซมแม่พิมพ์เพิ่มมากขึ้นตามไปด้วย
4. ควรประมาณราคาค่าใช้จ่ายอย่างละเอียดในการเปลี่ยนชิ้นส่วนหรือการแก้ไขซ่อมแซม เพราะแม่พิมพ์ที่ได้รับความเสียหายมาก อาจมีค่าใช้จ่ายสำหรับการแก้ไขซ่อมแซมแม่พิมพ์ที่สูง ดังนั้นในบางกรณี การสั่งทำแม่พิมพ์หรือชิ้นส่วนแม่พิมพ์ใหม่จึงอาจเป็นทางเลือกที่ดีกว่า
นับจากนี้ เราคงไม่มีเวลาที่จะมาเสียใจกับปัญหาน้ำท่วมอีกต่อไป เพราะต้องใช้เวลาทั้งหมดที่มีอยู่เร่งกู้แม่พิมพ์กลับคืนมาให้ได้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ ทั้งนี้ ศูนย์แม่พิมพ์และเครื่องมือกล, สถาบันไทย-เยอรมัน ยินดีให้ความช่วยเหลือและให้คำปรึกษาปัญหาการตรวจสอบและแก้ไขซ่อมแซมแม่พิมพ์ฉีดพลาสติกที่ถูกน้ำท่วม รวมถึงปัญหาอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง เราขอเป็นแรงใจให้กับทุกๆ ท่าน เราจะฝ่าวิกฤตินี้ไปด้วยกัน
บทความโดย
มนเฑียร วัชรกมล
ศูนย์แม่พิมพ์และเครื่องมือกล สถาบันไทย-เยอรมัน
ติดต่อโทร : 02 784 6666 ต่อ 1504
อีเมล์ : อีเมลนี้จะถูกป้องกันจากสแปมบอท แต่คุณต้องเปิดการใช้งานจาวาสคริปก่อน
17 พฤศจิกายน 2554
| ถัดไป > |
|---|


